<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://sni.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://sni.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดทุ่งเซียด]]></title>
<link>https://sni.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9314</link>
<guid isPermaLink="false">9cea66c0be1eb7499b56c1b3e628ed3d</guid>
<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 12:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://sni.onab.go.th/cms/s21/u156/วัดสมหวัง_โพธิปักษ์_ทุ่งเซียด_๒๑.jpg" style="width: 350px; height: 262px;" /></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span></span>&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="font-size:26px;"> &nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp;</strong></span><span style="color:#8b4513;"><span style="font-size:72px;"><strong>วัด</strong></span><span style="font-size:36px;"><strong>ทุ่งเซียด</strong></span></span><span style="font-size:26px;"><span style="font-size:36px;">&nbsp;</span>&nbsp;<span style="color:#000000;">ตั้งอยู่เลขที่ 41 บ้านทุ่งเซียด ถนน พุนพิน - พระแสง หมู่ 1 ตำบล ท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 30 ไร่ ส.ค.1 เลขที่ 169 ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2410&nbsp;&nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2512 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 29 เมตร ยาว 39 เมตร&nbsp;</span></span></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong><span style="color:#8b4513;"><span style="font-size:28px;">อาณาเขต</span></span>&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<span style="font-size:26px;">ทิศเหนือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดคลองเซียด</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศใต้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดทางสาธารณะ</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันออก&nbsp; &nbsp; &nbsp;จดพรุน้ำ</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันตก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จดทางสาธารณะ</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:28px;"><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <span style="font-size:26px;"><span style="color:#000000;">เดิมเคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อน แต่เมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกแล้วก็เก็บเอาของมีค่าไปพร้อมทั้งเผาวัด ทำให้ไม่มีหลักฐานอะไรเหลืออยู่ คงเหลือแต่ซากอิฐปรักหักพัง เช่น เสาหงส์ เป็นต้น </span></span><span style="font-size:26px;"><span style="color:#000000;">วัดทุ่งเซียด ก่อตั้งมาตั้งแต่ก่อน พ.ศ.2410 เคยมีโบสถ์ไม้กลางน้ำที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศรีวิชัยเมื่อ 500 ปีก่อน ได้ผุพังไปตาลกาลเวลา มีหลักฐานหลงเหลืออยู่เพียงแค่เสาไม้ของโบสถ์โบราณที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพียงต้นเดียว พระครูสารโสตถิคุณ รองเจ้าคณะอำเภอพุนพิน เจ้าอาวาสวัดทุ่งเซียด จึงได้นำขึ้นมาไว้บนบก และเริ่มมีความคิดที่จะสร้างโบสถ์กลางน้ำทดแทนโบสถ์หลังเดิม เพื่อให้ลูกหลานได้รับทราบถึงประวัติความเป็นมาของการสร้างโบสถ์ และเพื่อเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนา โดยโบสถ์หลังใหม่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 มาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จ ด้วยต้องใช้ปัจจุยจำนวนมากในการก่อสร้าง ซึ่งได้มาจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน</span></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:26px;"><span style="color:#000000;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับรูปแบบการก่อสร้างจะออกมาตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนา โดยสร้างเป็นเรือลำใหญ่บรรทุกโบสถ์หลังสีขาว ส่วนหัวเรือจะหันไปทางทอศตะวันออกและส่วนท้ายเรือจะสร้างพระบรมธาตุไชยาจำลองไว้ เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาในยุคอาณาจักรศรีวิชัย ทางเข้าโบสถ์จะมี 2 ทาง โดยมีรูปปั้น พญาช้างดำ ซึ่งเป็นช้างคู่บารมีของพ่อท่านเซียด(อดีตเจ้าอาวาส) เป็นช้างขนาดใหญ่ ตามตำนานกล่าวว่ามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางฝ่าเท้า กว้าง 1 เมตร ถือว่าเป็นช้างสาร และมีรูปปั้นพญานาคบริเวณทางเข้าโบสถ์ทั้ง 2 ทาง และทั้งสี่มุมของโบสถ์จะมีมหาเทพประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 มุม ทั้งยังได้นำเสาเดิมของโบสถ์เก่าขึ้นมาไว้เพื่อสักการะบูชาและช่อฟ้าไม้โบราณ อายุ 500 ปี ที่ยังหลงเหลืออยู่ นำมาเก็บรักษาเอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา</span></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:28px;"><strong>ทรัพย์สิน</strong></span></p>

<ul>
	<li>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;">&nbsp; อุโบสถ กว้าง 8.50&nbsp;เมตร ยาว 15.50&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2510 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก</span></span></li>
	<li><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาการเปรียญ กว้าง 24&nbsp;เมตร ยาว 32เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2538&nbsp;เป็นอาคารทรงไทยชั้นเดียว</span></span></li>
	<li><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิสงฆ์&nbsp; จำนวน 13&nbsp;หลัง เป็นอาคารไม้ 10 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้&nbsp; 2 หลัง และตึก 1 หลัง&nbsp;</span></span></li>
	<li><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 14&nbsp;เมตร ยาว 29&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2515</span></span></li>
	<li><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาบำเพ็ญกถศล&nbsp; จำนวน 1 หลัง&nbsp;</span></span></li>
</ul>

<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ยังมี ฌาปณสถาน หอระฆัง โรงครัว เรือนเก็บพัสดุ และเรือนรับรอง&nbsp;</span></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:28px;"><strong>ปูชนียวัตถุ&nbsp;</strong></span></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <span style="color:#000000;"><span style="font-size:28px;">1.พระประธานประจำอุุโบสถ ปางสมาธิ&nbsp;ขนาดหน้าตัก กว้าง 85&nbsp;นิ้ว สูง 109&nbsp;นิ้ว</span></span></p>

<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 51&nbsp;นิ้ว สูง 81&nbsp;นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ.2543</span></span>&nbsp;</p>

<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:28px;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาสจากอดีต - ปัจจุบัน</strong></span></p>

<p>&nbsp;เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มีดังนี้</p>

<ol>
	<li>&nbsp;พระเซียด&nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ. 2410 - 2425&nbsp;</li>
	<li>&nbsp;พระรวย&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ. 2427 - 2436</li>
	<li>&nbsp;พระพัฒน์&nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2437 -2438&nbsp;</li>
	<li>&nbsp;พระสน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2439 - 2441</li>
	<li>&nbsp;พระแดง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ. 2442 - 2473</li>
	<li>&nbsp;พระเกษม&nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2474 - 2483</li>
	<li>&nbsp;พระแดง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;พ.ศ.2484&nbsp;- 2493</li>
	<li>&nbsp;พระบุญ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2497 - 2503</li>
	<li>&nbsp;พระดำ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2504 - 2512</li>
	<li>&nbsp;พระครูสมุห์ติ้ง&nbsp; สจฺจวาโร&nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2513 2525&nbsp;</li>
	<li>&nbsp;พระครูสังฆรักษ์&nbsp; ประสงค์&nbsp; &nbsp; พ.ศ.2526 - 2531</li>
	<li>พระครูสารโสตถิคุณ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2532 - ปัจจุบัน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</li>
</ol>

<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:20px;">ข้อมูล : ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 23, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">ภาพ : หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">วีดีโอ :&nbsp;หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sni.onab.go.th/th/file/get/file/202107198b7002447613c4e9c5f0aaa75b93f9a5125435.jpg' type='image/jpg' length='499078' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพัฒนาราม]]></title>
<link>https://sni.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9044</link>
<guid isPermaLink="false">4a950544c937a3a1f28e06df947cbcb4</guid>
<pubDate>Fri, 09 Jul 2021 14:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong><img alt="" src="https://sni.onab.go.th/cms/s21/u156/IMG_8744.jpg" style="width: 350px; height: 233px;" /></strong></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp; &nbsp;</span></span><span style="font-size:26px;">&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; </span><span style="font-size:28px;"><span style="color:#8b4513;">&nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp;</strong></span></span><span style="font-size:72px;"><span style="color:#8b4513;"><strong>วัด</strong></span></span><span style="font-size:28px;"><span style="color:#8b4513;"><strong>พัฒนาราม</strong></span></span><span style="font-size:26px;">&nbsp;เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี&nbsp;ชนิดสามัญ&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ 87/1&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2439&nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2444 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 28.57&nbsp;เมตร ยาว 35.30&nbsp;เมตร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2551 ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ 27&nbsp;ไร่ 3&nbsp;งาน&nbsp; 93 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 96 มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 3 แปลง&nbsp;แปลงที่ 1&nbsp; เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 95 ตารางวา&nbsp; &nbsp;แปลงที่ 2&nbsp; เนื้อที่ 2&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;&nbsp;67&nbsp;ตารางวา&nbsp; โฉนดที่ดินเลขที่ 122&nbsp;&nbsp; แปลงที่ 3&nbsp; เนื้อที่ 29&nbsp;ไร่ 1 งาน 95 ตารางวา ลักษณะพื้นที่ตั้งวัดอยู่ในตลาด ซึ่งชาวบ้านทั่วไปมักเรียกว่า ตลาดบ้านดอน ลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งวัดเป็นพื้นที่ราบ บริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะต้นตะเคียนทอง อายุหลายสิบปี</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong>อาณาเขต&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศเหนือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดถนนพัฒนาราม</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศใต้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดถนนหน้าเมือง</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันออก&nbsp; &nbsp; &nbsp;จดถนนสาธารณะ</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันตก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จดคูเมืองเดิม</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพัฒนารามเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ.2439&nbsp;โดยหลวงพ่อพัฒน์ นารโท เป็นผู้ชักชวนชาวบ้านหักร้างถางพง ที่บริเวณวัดเดิมซึ่งเป็นป่าทึบ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ เสือ หมี ค่าง และงูพิษ จนไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่อาศัย แต่ท่านก็สามารถก่อสร้างกุฏิที่พักสงฆ์ โรงอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอฉัน ในเนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา สำเร็จขึ้นได้ และได้ผูกพัทธสีมาในปี พ.ศ.2444 วัดนี้ตั้งอยู่ในตำบลตตลาด อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวบ้านเรียกชื่อวัดนี้ 2 ชื่อ คือ &quot;วัดใหม่&quot; เนื่องจากเป็นวัดที่สร้างขึ้นหลังวัดอื่น ๆ ในย่านตลาดเมืองสุราษฎร์ธานี และคำว่า &quot;วัดใหม่&quot; หลวงพ่อพัฒน์ได้จารึกหลังพระกสิณ ซึ่งท่านได้สร้างขึ้นราว พ.ศ.2467 ปัจจุบันเป็นของหายากยิ่ง และอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า &quot;วัดพัฒนาราม&quot; ตั้งขึ้นหลังจากหลวงพ่อพัฒน์ท่านได้มรณภาพแล้ว เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ท่านที่เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา วัดพัฒนาราม ปรากฏหลักฐานตามศิลาจารึก ซึ่งหลวงพ่อพัฒน์ได้จัดทำไว้ดังต่อไปนี้</span></p>

<h1><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<em>&quot;พระพุทธศักราชล่วงแล้ว 2439 พรรษา ปีวอก อัฏฐศก เดือน 6 ท่านเจ้าอธิการพัฒน์ นารทะ ได้ชักชวนท่านผู้มีจิตศรัทธาคิดก่อสร้างอารามนี้เมื่อปีจก </em></span></h1>

<h1><span style="font-size:26px;"><em>สัมฤทธิศก เดือน 6 ได้ยกอุโบสถจนสำเร็จ ครั้งถึงปีฉลู ตรีศก เดือน 6 แรม 14 ค่ำ พระพุทธศาสนาล่วงแล้วได้ 2444 ได้ผูกพัทธสีมาสำเร็จบริบูรณ์ </em></span></h1>

<h1><span style="font-size:26px;"><em>แม่ศิลาพร้อมด้วยแม่แก้ว ลูกสะใภ้พระยาวาจาวี(ชำ) ชาวเมืองชุมพรได้ถวายช้างพลายค่อม 1 เชือก เป็นพาหนะสำหรับพระอารามนี้ รวมกันสร้างอุโบสถนี้ </em></span></h1>

<h1><span style="font-size:26px;"><em>คิดเป็นเงินตรา 10,000 เศษ ขอกุศลที่เกิดจากผลก่อสร้างนี้ จงเป็นผลสำเร็จแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้ละโลกนี้ไปแล้ว ทั้งประชุมชนพร้อมทั้งฝ่ายสมณะและคฤหัสถ์</em></span></h1>

<h1><span style="font-size:26px;"><em>ผู้จะได้ปฏิสังขรณ์และก่อสร้างขึ้นใหม่ต่อไป ณ ภายหลัง ขอเป็นอุปนิสัยปัจจัยแด่พระนิพพานในอนาคตการเบื้องหน้าโน้นเทอญ&quot;</em></span></h1>

<p>&nbsp;<span style="font-size:26px;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในอดีตนั้น วัดพัฒนาราม นอกจากจะเป็นศูนย์รวมความเชื่อความศรัทธาของชาวสุราษฎร์ธานี และเป็นโรงพยาบาลแผนโบราณแห่งแรก ทางราชการยังกำหนดให้วัดพัฒนารามเป็นสถานีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาตั้งแต่วัดเริ่มสร้างเสร็จ มาจนถึงสมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 จึงได้ยกเลิกไป&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพัฒนาราม นับแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2439 จนถึงปี พ.ศ.2564 รวมเป็นเวลา 125 ปี วัดได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตามลำดับ วัดได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นประจำปี 2548 ซึ่งในอดีตวัดพัฒนารามเคยได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ.2507 ถ้านับเนื่องเวลาก็กว่า 41 ปี ที่ได้มารับรางวัลอีกครั้ง การพัฒนาวัดมิได้เน้นแต่วัตถุหรือการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ได้มีการพัฒนาด้านการศึกษาของสงฆ์และขยายไปสู่การจัดการศึกษาเพื่อชุมชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาแพทย์แผนไทยหรือการร่วมจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านชุมชนหน้าด่าน นอกจากนี้ ทางวัดพัฒนารามยังได้ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร และบุคคลทั่วไป ด้วยการจัดตั้งโครงการขยายห้องเรียนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตนครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันได้เปิดทำการสอนในระดับปริญญาตรี 3 สาขา คือ สาขาศาสนาและสาขาการจัดการเชิงพุทธ และสาขารัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ และหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์(ปบ.ส.)</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ทรัพย์สิน</strong></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระอุโบสถ กว้าง 13&nbsp;เมตร ยาว 17&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2444 เป็นอาคารทร</span>งไทย&nbsp;<span style="font-size:26px;">ก่ออิฐถือปูนแบบชั้นเดียว บูรณะเมื่อปี พ.ศ.2546</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาการเปรียญ กว้าง 25&nbsp;เมตร ยาว 43เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2522&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยมีมุขยื่น 2 ด้าน</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิสงฆ์&nbsp; จำนวน 41&nbsp;หลัง สร้างด้วยไม้ จำนวน 19&nbsp;หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ครึ่งตึกครึ่งไม้ จำนวน 5&nbsp;หลัง</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิเจ้าอาวาส สร้างเมื่อ พ.ศ.2527&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 3 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หอระฆัง กว้างด้านละ 3.50&nbsp;เมตร ทรงสีเหลืองสูง ยาว 4.50&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2453 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน บูรณะเมื่อ ปี พ.ศ.2556</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิหลวงพ่อพัฒน์ กว้าง 13.90 เมตร ยาว 19.20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2439 เป็นอาคารไม้ทรงไทย 2 ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงครัว จำนวน 1 หลัง กว้าง 15.90&nbsp;เมตร ยาว 30.30&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2440 เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ บูรณะเมื่อปี พ.ศ.2517 และปี พ.ศ.2542</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หอไตรกลางน้ำ กว้างด้านละ&nbsp;6 เมตร บูรณะเมื่อ พ.ศ.2543 เป็นอาคารไม้ทรงไทยชั้นเดียว</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ห้องสมุด กว้าง 16 เมตร ยาว 25&nbsp;เมตร บูรณะเมื่อ พ.ศ.2508 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย 2 ชั้น</span></li>
</ul>

<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:28px;">เสนาสนะที่สร้างใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 เป็นต้นมา</span></strong></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิพัฒนานุสรณ์ 1 สร้างเมื่อ พ.ศ.2543 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิพัฒนานุสรณ์ 2&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ.2543 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หอพักอุบาสิกา แบบอาคารทรงไทยปั้นหยา สร้างเมื่อ พ.ศ.2543 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พัฒนานุสรณ์ 3&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ.2546&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;กุฏิพัฒนานุสรณ์ 4&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ.2546&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;กุฏิพัฒนานุสรณ์ 5&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ.2547&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พัฒนานุสรณ์ 6&nbsp;(อาคารผู้มีพระคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) สร้างเมื่อ พ.ศ.2547&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4&nbsp;ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พัฒนานุสรณ์ 7 (อาคารบุญธรรมสภา)&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ.2549&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พัฒนานุสรณ์ 8&nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ.2554&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว</span></li>
</ul>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ปูชนียวัตถุ&nbsp;</strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.พระประธานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอยุธยา ขนาดหน้าตัก กว้าง 34 นิ้ว สูง 47 นิ้ว</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.พระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืน ปางอุ้มบาตร ศิลปะสมัยสุโขทัย ขนาดส่วนสูง 62 นิ้ว ประดิษฐานในพระอุโบสถ</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.พระพุทธรูปประทับยืนปางห้ามสมุทร ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ขนาดส่วนสูง 42 นิ้ว ประดิษฐานในพระอุโบสถ</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.พระประธานในศาลาการเปรียญ ขนาดหน้าตักกว้าง 62 นิ้ว สูง 82 นิ้ว</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.หลวงพ่อขาว พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1 เมตร สูง 1.60 เมตร ประดิษฐานในศาลาหน้าโรงครัว</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.รูปหล่อทองเหลืองขนาดเท่าองค์จริง หลวงพ่อพัฒน์ นารโท ประดิษฐานในมณฑปหลวงพ่อพัฒน์</span></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;7.<span style="font-size:26px;">รูปหล่อทองเหลืองขนาดเท่าองค์จริง พระศรีปริยัตโยดม ( จันทร์ เขมจารี ป.ธ.9 ) อดีตเจ้าอาวาส ประดิษฐานในมณฑปหลวงพ่อพัฒน์</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 8.พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรขนาดส่วนสูง 2.40 เมตร วัดรอบฐาน 3.20 เมตร ประดิษฐานหน้าอาคารบุญธรรมสภาพัฒนานุสรณ์ 7</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>การเผยแผ่พระพุทธศาสนา</strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;วัดพัฒนาราม จัดให้มีการแสดงธรรมประจำทุกวันธัมมัสวนะ และประกอบพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จัดให้มีการปฏิบัติธรรม การบรรยายธรรมเป็นกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา และในวันสำคัญที่ราชการกำหนดให้เป็นวันหยุด อำนวยความสะดวกให้แก่สถานศึกษาต่าง ๆ นำนักเรียนเข้าค่ายอบรมพุทธบุตร ทางราชการกำหนดให้วัดพัฒนารามเป็นศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จัดให้มีการแสดงธรรมในงานศพเป็นประจำทุกเดือน ตามโครงการวัดเข้มแข็ง ปัจจุบันวัดพัฒนาราม ได้รับแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคมให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี แห่งที่ 9&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์</strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพัฒนาราม จัดให้มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลี ดำเนินการเปิดโครงการขยายห้องเรียนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช มาที่วัดพัฒนาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี สนับสนุนให้บุคลากรทางการศึกษาในสถาบันการศึกษาในสถาบันศึกษาเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เรียนและสอบธรรมศึกษา ตามโครงการคุรุธรรมทายาท โดยทางวัดสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนอย่างเต็มที่ สนับสนุนให้พระภิกษุภายในวัดเข้าไปสอนหนังสือในสถาบันการศึกษาทุกระดับ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มอบทุนการศึกษาในสถาบันกสรศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประจำทุกปี</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>การบริหารและการปกครอง</strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong>ปัจจุบันวัดพัฒนารามมีพระศรีปริยัตยาภรณ์ (กลีบ วรปญฺโญ ป.ธ.9) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองพระภิกษุ สามเณร โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและกฎระเบียบของมหาเภรสมาคมทุกประการ นอกจากนั้นทางวัดได้จัดการบริหารวัดในรูปแบบของคณะกรรมการบริหารวัดในรูปแบบของคณะกรรมการบริหารวัด โดยคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ช่วยเจ้าอาวาส และพระภิกษุทางคุณวุฒิภายในวัด การบริหารได้มอบหมายให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสแผนกต่าง ๆเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาสจากอดีต - ปัจจุบัน</strong></span></p>

<p><span style="font-size:26px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;รูปที่ 1 พระอุปัชฌาย์พัฒน์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นารโท&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2439&nbsp; &nbsp; &nbsp;ถึง&nbsp; พ.ศ.2485</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 2 พระอธิการเจียม&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สิริสุวณฺโณ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2485&nbsp; &nbsp; &nbsp;ถึง&nbsp; พ.ศ.2490</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 3 พระภิญโญ&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฐิตวณฺโณ รักษาการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2490&nbsp; &nbsp; &nbsp;ถึง&nbsp; พ.ศ.2492</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 4 พระศรีปริยัตโยดม&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ( จันทร์ เขมจารี ป.ธ.9 )&nbsp; &nbsp;พ.ศ.2492&nbsp; &nbsp; &nbsp;ถึง&nbsp; พ.ศ.2541</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 5 พระศรีปริยัตยาภรณ์&nbsp; &nbsp; &nbsp;( กลีบ&nbsp;วรปญฺโย ป.ธ.9 )&nbsp; &nbsp;พ.ศ.2542&nbsp; &nbsp; &nbsp;ถึง&nbsp; ปัจจุบัน</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:20px;">ข้อมูล : ประวัติพระอารามหลวง&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">ภาพ :&nbsp; หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี, จารุวัฒน์ กิตติธิรางกูร&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">วีดีโอ :&nbsp;หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sni.onab.go.th/th/file/get/file/20210709853ee9ab83a74a4b511f8d21f3307d8d162322.JPG' type='image/jpg' length='5257620' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดธรรมบูชา]]></title>
<link>https://sni.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/8897</link>
<guid isPermaLink="false">004afaa7477732cb2e59e69f8e250c9f</guid>
<pubDate>Tue, 06 Jul 2021 14:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:26px;"><strong><img alt="" src="https://sni.onab.go.th/cms/s21/u156/IMG_8681.jpg" style="width: 350px; height: 250px;" /></strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:26px;"><strong>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;</span></span>&nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="font-size:72px;"> &nbsp;<strong>&nbsp;</strong></span><span style="color:#8b4513;"><span style="font-size:26px;"><strong><span style="font-size:72px;">วัด</span>ธรรมบูชา</strong></span></span><span style="font-size:24px;">&nbsp; เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี&nbsp;ชนิดสามัญ&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ 143/1&nbsp;ถนนชนเกษม ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต&nbsp;ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2447&nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.242525&nbsp;เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 26&nbsp;เมตร ยาว 46&nbsp;เมตร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2491&nbsp;ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ 19&nbsp;ไร่ 1&nbsp;งาน 4.5 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 1778 และ 688</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong>อาณาเขต&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศเหนือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดถนนไตรอนุสนธิ์</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศใต้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดถนนเกษม</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันออก&nbsp; &nbsp; &nbsp;จดถนนตลาดใหม่</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันตก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จดถนนธรรมบูชา</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดธรรมบูชา&nbsp;ตั้งเมื่อ พ.ศ.2447&nbsp; แต่เดิมประมาณ 50 ปี ก่อนสร้างวัด สถานที่แห่งนี้เป็นป่าดอน เป็นที่ฝังศพ เผาศพ ค้างศพ ของนักโทษที่ถูกประหาร เป็นที่รกชัฏเงียบสงัดวังเวง ปราศจากผู้คน ต่อมาทิดปลื้ม(สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล) ซึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกนั้น ได้สร้างศาลาหลังคามุงจากไว้ 2 หลัง สำหรับเป็นศาลาสวดพระอภิธรรม ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งไม่ปรากฏนามมาอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ชาวบ้านนิมนต์ให้อยู่ประจำและสร้างขึ้นเป็นวัดใช้ชื่อว่า &quot;วัดดอนเลียบ&quot; พร้อมกับสร้างกุฏิหลังเล็ก ๆ ให้ท่านอาศัย ท่านได้อยู่ฉลองศรัทธาพุทธบริษัทระยะหนึ่งก็ลาสิกขา ต่อมา พระปลอดซึ่งเป็นพระธุดงค์ได้เข้ามาอยู่อาศัยจนกระทั่งมรณภาพ หลังจากนั้นวัดก็รกร้างว่างพระสงฆ์อยู่ระยะหนึ่ง</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ลุถึงปี พ.ศ.2448 มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ พระกรับ ญาณวีโร เป็นชาวจังหวัดพัทลุง อุปสมบทที่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา และไปอยู่ที่วัดมเหยงคณ์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับพระติดตามอีก 2 รูป ได้เดินธุดงค์ผ่านมาเห็นสภาพของป่าช้าดอนเลียบหรือวัดดอนเลียบแล้วก็รู้สึกพอใจ ท่านทั้ง 3 เป็นพระนักวิปัสสนาธุระจวบวันเข้าพรรษา ท่านทั้ง 3 ก็อยู่จำพรรษา ณ วัดดอนเลียบแห่งนี้ ชาวบ้านประมาณ 40 - 50 คน ช่วยกันแผ้วถางปรับปรุงบริเวณนั้นให้เป็นวัด เมื่อปรับปรุงพัฒนาพอเป็นหลักเป็นฐานพอสมควรแล้วจึงได้ขอตั้งวัด และขอเปลี่ยนชื่อวัดต่อเสนาบดีมหาดไทย ซึ่งสมัยนั้นกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังเป็นกรมหลวงดำรงตำแหน่งนี้ ขณะนั้นกำลังเสด็จตรวจราชการทางมณฑลภาคใต้ จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดดอนเลียบให้ใหม่เป็นวัดธรรมยุติการาม พระกรับ(จวงวางกรับ ปาสิต)ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้อยู่ 4 ปี ร่วมกับเจ้าจอมพิณศรี สุพรรณศรี(พิณ ณ นคร) ในรัชกาลที่ 5 นางศรีสุพรรณดิส(งิ้ว ณ นคร) นางชำนาญ พินิจคงคา(สิน แซ่หลี) คุณนายเกตุ นาฮก นางตรึก สุวรรณกูล นายแดงนุ้ย และทายกทายิกาอีกหลายท่าน</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในปี พ.ศ.2452 พระมหาวันเปรียญธรรม 8 ประโยค ได้เดินธุดงค์มาพักอาศัย พระกรับจึงได้มอบภาระทั้งหมดให้พระมหาวัน และท่านก็เดินทางกลับเมืองนครศรีธรรมราช และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และได้อยู่จำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร จนกระทั่งลาสิกขา เมื่อลาสิกขาแล้วได้ไปรับราชการในสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงรับรายงานและทรงเห็นชื่อวัดว่า &quot;ธรรมยุติการาม&quot; ก็ไม่ทรงพอพระทัย โดยดำริว่า ชื่อวัดนี้เป็นการเฉพาะหมู่เฉพาะคณะเท่านั้น ไม่เหมาะแก่สาธารณะ จึงมีลายพระหัตถ์ถึงพระยาดำรงฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่เป็น &quot;วัดธรรมบูชา&quot; และได้ใช้ชื่อวัดว่า &quot;ธรรมบูชา&quot; ตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2490 ท่านพระครูโยคาธิการวินิตก็มรณภาพ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในปี พ.ศ.2490 พระธรรมวิโรจน์เถร(พลับ) ในสมัยนั้นยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูศาสนภารพินิจ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และได้ปรับปรุงพัฒนาวัดตามลำดับ จนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกฐานะวัดนี้เป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงรูปแรกและดำรงตำแหน่งเจ้าคณะฝ่ายธรรมยุตรูปแรกด้วย จนกระทั่งถึง พ.ศ.2498 ท่านก็มรณภาพ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ต่อมา พ.ศ.2499 พระธรรมธัชมุนี(แสง ชูตินุธโร ป.ธ.5) ในสมัยนั้นยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระโชติธรรมวราภรณ์ ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนั้นก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ธรรมยุต) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2499 ถึง 2537 ท่านได้ปรับปรุงพัฒนาวัดให้เจริญขึ้นตามลำดับ</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ทรัพย์สิน</strong></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระอุโบสถ กว้าง 18&nbsp;เมตร ยาว 34 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2413 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาการเปรียญ กว้าง 40&nbsp;เมตร ยาว 28เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2496&nbsp;เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ทรงไทยประยุกต์</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิสงฆ์&nbsp; จำนวน 26&nbsp;หลัง สร้างด้วยไม้ จำนวน 6&nbsp;หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 7 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้จำนวน 13&nbsp;หลัง</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิเจ้าอาวาส จำนวน 1 หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ.2524&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 3 หลังสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฌาปณสถาน กว้าง 10&nbsp;เมตร ยาว 16&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2507 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หอระฆัง&nbsp;กว้าง 6&nbsp;เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2530&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงครัว จำนวน 1 หลัง กว้าง 20&nbsp;เมตร ยาว 45&nbsp;เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2514&nbsp;เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 1 หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น</span></li>
</ul>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ปูชนียวัตถุ&nbsp;</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp;<span style="font-family:THSarabunNew;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.พระประธาน ภปร.&nbsp;ขนาดหน้าตัก 5 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว ประดิษฐานในพระอุโบสถซึ่งพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททอง เมื่อวันที่&nbsp;14 สิงหาคม พ.ศ.2523 ณ วัดบรมนิเวศ</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.รูปหล่อทองเหลืองขนาดเท่าองค์จริง พระครูโยคาธิการวินิต(หลวงพ่อทอง)</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.รูปหล่อทองเหลืองขนาดเท่าองค์จริง พระธรรมวิโรจน์เถร(พ่อท่านพลับ)</span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>การเผยแผ่พระพุทธศาสนา</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp; 1. ทางวัดได้จัดให้มีการแสดงธรรม ในวันธรรมสวนะ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตลอดถึงประกอบกิจกรรมเวียนเทียนในวันสำคัญด้วย</span></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.&nbsp;<span style="font-size:24px;">จัดให้การแสดงธรรมและอบรมกรรมฐานช่วงเวลา 18.00 - 19.30 น. ตลอดทั้งปี</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. ให้พระสงฆ์ออกไปบรรยายธรรมในสถานศึกษาและหน่วยงานราชการตามโอกาส</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. จัดให้มีการบวชธรรมจาริณี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2525 ถึงปัจจุบัน</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span><span style="font-size:26px;"><strong>การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;1. จัดให้มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกธรรมศึกษา</span></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.&nbsp;<span style="font-size:24px;">จัดให้มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี จนมีผู้สอบได้ถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค ในสำนัก</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.&nbsp;จัดให้มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. ดำเนินการเปิดห้องเรียนทั้งภาคปกติและภาคสนาม ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช สาขาสุราษฎร์ธานี</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. ให้ทุนการศึกษาแก่สถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>การบริหารและการปกครอง</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong> &nbsp; &nbsp; 1. การบริหารได้มอบหมายให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในแผนกงานต่างๆ</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.การปกครอง ได้ดำเนินนโยบายแบบพ่อปกครองลูก โดยยึดหลักธรรม - วินัย เป็นมาตรฐานพร้อมกับวางกฎกติกาบางส่วนเพิ่มเติมด้วย</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาสจากอดีต - ปัจจุบัน</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;รูปที่ 1 พระกรับ&nbsp; ญาณวีโร&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2448&nbsp; ถึง&nbsp; พ.ศ.2452</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 2 พระมหาวัน&nbsp; ป.ธ.8&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2452&nbsp; ถึง&nbsp; พ.ศ.2454</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 3 พระครูโยคาธิการวินิต (ทอง)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2454&nbsp; ถึง&nbsp; พ.ศ.2490</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 4 พระธรรมวิโรจน์เถระ (พลับ)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2490&nbsp; ถึง&nbsp; พ.ศ.2498</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 5 พระธรรมธัชมุนี (แสง&nbsp; ชุตินุธโร)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2499&nbsp; ถึง&nbsp; ปัจจุบัน</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; </span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:20px;">ข้อมูล : ประวัติพระอารามหลวง&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">ภาพ :&nbsp; หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี, จารุวัฒน์ กิตติธิรางกูร&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">วีดีโอ :&nbsp;หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sni.onab.go.th/th/file/get/file/20210706ebdeb32fddc57c26f41fb41898f46134145041.JPG' type='image/jpg' length='4136824' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร]]></title>
<link>https://sni.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp;<img alt="" src="https://sni.onab.go.th/cms/s21/u156/11.jpg" style="width: 450px; height: 314px;" /></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;"><strong><span style="color:#0000ff;">สภาพฐานะและที่ตั้งวัด&nbsp; </span>&nbsp;</strong> &nbsp; &nbsp;</span>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><span style="color:#8b4513;"><span style="font-size:48px;"> วัด</span><span style="font-size:26px;">พระบรมธาตุไชยา</span></span></strong> เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 50 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 1525 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 1530</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>อาณาเขต&nbsp; </strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศเหนือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดถนนหลวง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศใต้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดคลองไชยา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันออก&nbsp; &nbsp; &nbsp;จดถนน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันตก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จดคลองไชยา</p>

<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:24px;">ประวัติความเป็นมา</span></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากโบราณวัตถุโบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ ทราบได้ว่า วัดนี้มีมาแล้วหลายยุคหลายสมัย เกิดขึ้นแล้วร้างไป แล้วกลับฟื้นฟูมาใหม่ สามารถแยกเป็นสมัยๆ ได้ดังนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยทราวดี&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดูจากพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่เท่าคน ระหว่าง พ.ศ. 2000 - 1200</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยศรีวิชัย&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดูจากองค์พระเจดีย์พระบรมธาตุแบบสมัยศรีวิชัย หรือแบบอินโดชวานิสในทางโบราณคดี ระหว่าง พ.ศ. 1200 - 1600</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยสุโขทัย&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดูจากใบพัทธเสมาคู่แฝดปรากฏอยู่รอบๆ เขตพระอุโบสถเดิมของวัด</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยกรุงศีอยุธยา&nbsp; &nbsp; ดูจากพระพุทธรูปศิลาทรายแดง ซึ่งมีอยู่มากมาย ขนาดโตกว่าธรรมดา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยธนบุรี&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดูจากศิลาจารึกในวัดอื่นที่ใกล้ๆ กัน แสดงถึงการทะนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาในถิ่นนี้ทั่วๆ ไป</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เข้าใจว่าถูกพวกพม่าข้าศึกทำลายไปในรัชกาลที่ 1 ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ได้ทำการฟื้นฟูและบูรณะขึ้นใหม่ และบูรณะตกแต่งของเดิมให้คงสภาพ&nbsp; &nbsp;ที่ดีขึ้น และสร้างถาวรวัตถุขึ้นมาใหม่แทนที่ชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถบูรณะขึ้นใหม่ได้ โดยพระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์ เจ้าคณะเมืองไชยา ระหว่าง&nbsp;พ.ศ.2435 - 2444 การบูรณะได้สืบเนื่องมาเรื่อยๆ จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ และได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ. 2500</p>

<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:24px;">ทรัพย์สิน</span></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพระธาตุตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งสิ้น 42 ไร่ 1 งาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด 3 แปลง แปลงที่ 1 - 2 ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 3 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา และแปลงที่ 3 อยู่ที่ตำบล&nbsp; &nbsp; โมถ่าย อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> ปูชนียวัตถุ </strong>และถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดมีดังนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระอุโบสถ สร้างเสร็จ พ.ศ. 2501 รูปทรงไทย เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างตรงแนวบริเวณพระอุโบสถเดิมแต่ขยายส่วนให้ยาวกว่าเดิม เสมาคู่ที่เรียงรายรอบ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระอุโบสถเป็นของสมัยสุโขทัย ภายในพระอุโบสถหลังนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกต่างจากพระอุโบสถอื่นที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เพราะว่าเมื่อกราบพระประธานแล้ว&nbsp; จะได้กราบพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในพระบรมธาตุไชยาด้านหลังไปด้วยพร้อมๆ กัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระวิหารกลาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระบรมธาตุ สร้างยื่นล้ำเข้าไปในเขตพระวิหารคด ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระชยาภิวัฒน์ พ.ศ. 2444&nbsp; ภายหลังชำรุดได้สร้างขึ้นใหม่ในที่เดิม เมื่อ พ.ศ. 2502 รูปทรงไทย คอนกรีตเสริมเหล็ก คงไว้แต่พระพุทธรูปและฝาผนังหลังพระพุทธรูปเท่านั้น</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระเจดีย์พระบรมธาตุไชยา เป็นพุทธเจดีย์สมัยศรีวิชัย สร้างตามลัทธิมหายาน ประมาณ พ.ศ. 1300 เป็นพระเจดีย์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐ ลงรักปิดทองทั้งองค์ ตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับพระวิหารหลวง ล้อมรอบด้วยวิหารคดทั้ง 4 ด้าน ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจตุรมุข ส่วนยอดแบ่งเป็น 3 ชั้น ลดหลั่นกันขึ้นไปยอดเจดีย์เป็นองค์ระฆังลักษณะรูป 8 เหลี่ยม ตั้งอยู่บนรูปดอกบัวขนาดใหญ่ ลงรักปิดทองลวดลายสวยงามยิ่ง นับว่าเป็นบูชนียวัตถุอันสำคัญยิ่งของวัดนี้และเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ ก็มีศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ต่างๆ เป็นต้น</p>

<p style="text-align: center;"><strong>การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพระบรมธาตุไชยามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 แห่ง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:20px;">ข้อมูล : ประวัติพระอารามหลวง</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">ภาพ :&nbsp; นายธีระวัฒน์ สุขเมือง&nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">วีดีโอ :&nbsp;หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sni.onab.go.th/th/file/get/file/202107016512bd43d9caa6e02c990b0a82652dca135646.jpg' type='image/jpg' length='474756' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดไตรธรรมาราม]]></title>
<link>https://sni.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;"><img alt="" src="https://sni.onab.go.th/cms/s21/u156/11 - Copy 1.jpg" style="width: 350px; height: 222px;" /></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000ff;"><strong>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></span>&nbsp;</span><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="color:#8b4513;"><strong>&nbsp;</strong></span></span><span style="font-size:72px;"><span style="color:#8b4513;"><strong>วัด</strong></span></span><span style="font-size:36px;"><span style="color:#8b4513;"><strong>ไตรธรรมาราม</strong></span></span><span style="font-size:24px;">&nbsp;เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี&nbsp;ชนิดสามัญ&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ 246/1&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2445&nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2505 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2521 ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; </span><span style="font-size:26px;">&nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong>อาณาเขต&nbsp;&nbsp;</strong></span><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศเหนือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดถนนปรีดาราษฎร์และที่ดินเอกชน</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศใต้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จดที่ดินเอกชน</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันออก&nbsp; &nbsp; &nbsp;จดถนนตลาดใหม่</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทิศตะวันตก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จดถนนหน้าเมือง</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดไตรธรรมาราม ตั้งเมื่อ พ.ศ.2445 เป็นวัดเก่าแก่ เดิมชื่อวัดสามแม่หม้าย ผู้สร้างคือ นางเหลือ ถาวรสุข นางเภา และนางฉิม ต่อมาพระปลัดสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดไตรธรรมารามได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดตรีศรัทธาวาส ในปี พ.ศ.2484 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดไตรธรรมาราม ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2521</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ทรัพย์สิน</strong></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระอุโบสถ กว้าง 12 เมตร ยาว 34 เมตร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาการเปรียญ กว้าง 16 เมตร ยาว 20เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2516 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิสงฆ์&nbsp; จำนวน 12 หลัง สร้างด้วยไม้ 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก 7 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 4 หลัง</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิเจ้าอาวาส จำนวน 1 หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ.2539 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 15 เมตร ยาว 8 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2497</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หอระฆัง กว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2514</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงครัว จำนวน 1 หลัง กว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2527</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ห้องสมุด กว้าง 16 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2523</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กุฏิอัฏบายีสังฆราชานุสรณ์ กว้าง 9.20 เมตร ยาว 15.20 เมตร จำนวน 1 หลัง</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 1 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ.2484</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; บรรณศาลาวิภาวดีรังสิตานุสรณ์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ.2521</span></li>
</ul>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><strong>ปูชนียวัตถุ&nbsp;</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก กว้าง 33 นิ้ว สูง 43 นิ้ว</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.พระพุทธรูปศิลาแลงปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 38 นิ้ว สูง 45 นิ้ว ประดิษฐานในศาลาอเนกประสงค์</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.พระพุทธรูปปางตรัสรู้ ปูนปั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 3 วา 2 ศอก สูง 4 วา 1 ศอก 8 นิ้ว ภายในองค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานหน้าพระอุโบสถ นามว่า พระโพธิพุทธคยานุสรณ์</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;"><strong>การเผยแผ่พระพุทธศาสนา</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>&nbsp; จัดตั้งสำนักงานยุวพุทธิสมาคมเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา แสดงพระธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะและวันสำคัญทางศาสนพิธี เช่น วันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;"><strong>การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดไตรธรรมาราม เป็นที่ตั้งของโรงเรียนพระปริยัติธรรมประจำอำเภอ มีการเรียนการสอนทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี จนถึงแผนกสามัญ จัดทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจน ให้สถานที่พักแก่นักเรียนต่างอำเภอและต่างจังหวัด ที่ประสงค์จะมาศึกษาต่อแต่ขาดแคลนที่อยู่อาศัย</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;"><strong>การบริหารและการปกครอง</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>ปัจจุบันวัดไตรธรรมาราม มีพระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 16 เจ้าอาวาสวัดไตรธรรมาราม พระอารามหลวง&nbsp;ปกครองพระภิกษุ สามเณร โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและกฎระเบียบของมหาเถรสมาคม</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:24px;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาสจากอดีต - ปัจจุบัน</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong> &nbsp;รูปที่ 1 พระปลัดเอี่ยม</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 2 พระปลัดสุทธิ์</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 3 พระปลัดเอี่ยม</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 4 พระปลัดพีรกิตติ&nbsp; ยสธมุโม</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 5 พระเทพรัตนกวี (เกตุ&nbsp; ธมฺมวโร)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ.2489 - 2526</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูปที่ 6 พระเทพสิทธินายก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2526 - 2552<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รูป 7 พระธรรมวิมลโมลี</span><br />
&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-size:20px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">ข้อมูล : ประวัติพระอารามหลวง</span></span></p>

<p><span style="font-size:20px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">ภาพ :&nbsp; หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี, จารุวัฒน์ กิตติธิรางกูร</span></span></p>

<p><span style="font-size:20px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">วีดีโอ :&nbsp; หัสยา&nbsp; พันธุ์มณี</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sni.onab.go.th/th/file/get/file/202107065e6b8c3c77a8ac36056e5bb7bda004f8111617.JPG' type='image/jpg' length='3067184' />
</item>
</channel>
</rss>
