อัตรากำลัง

ค้นหาข้อมูลสำคัญทางพุทธศาสนา

ข้อมูลสารสนเทศสำคัญ

ธรรมะสอนใจ





เว็บสำนักพุทธทั่วประเทศ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้53
mod_vvisit_counterเมื่อวาน107
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้408
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1004
mod_vvisit_counterเดือนนี้1786
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว4648
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด238810

We have: 25 guests online
Your IP: 103.55.142.142
 , 
Today: พ.ย. 14, 2018
วัดธรรมบูชา PDF พิมพ์ อีเมล
บทความ - วัดสำคัญของจังหวัด
เขียนโดย manager   
วันศุกร์ที่ 17 กรกฏาคม 2009 เวลา 06:48

วัดธรรมบูชา ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๓/๑  ถนนชนเกษม ตำบลตลาด  อำเภอเมืองฯ  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต  ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๒๖ ตารางวา โฉนดที่ดิน เลสขที่ ๑๗๗๘ อาณาเขต ทิศเหนือจดถนนไตรอนุสรณ์ ทิศใต้จดถนนชนเกษม ทิศตะวันออกจถนนตลาดใหม่ ทิศตะวันตกจดถนนธรรมบูชา  มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๕๗ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๘๒ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถภ กว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๔๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้าง เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ เป็นอาคารคอนกรึตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๘ หลัง เป็นอาคารไม้ ๓ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๖ หลัง และตึก ๙ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๓ หลัง นอกจากนี้มี หอระฆัง โรงครัว และฌาปนสถาน ปูชนียะวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๙ นิ้ว
วัดธรรมบูชา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ บริเวณที่ตั้งวัดเดิมเป็นป่าดอนสำหรับฟังศพ และเผาศพ ชาวบ้านเรียกกันว่าป่าช้าดอนเลียบ เป็นทีรกชัฎและเงียบสงัดปราศจากผู้คน ทิดปลี้มได้สร้างศาลาหลังคามุงจาก ๒ หลัง เพื่อให้พระภิกษุสวดอภิธรรม ต่อมามีพระภิกษุได้มาจากริกอยู่บริเวณนั้้น ราษฎรในหมู่บ้านจึงนิมนต์ให้อยู่ประจำและสร้างเป็นที่พักสงฆ์ชื่อว่า "ที่พักสงฆ์ดอนเลียบ" และได้ก่อสร้างกุฏิหลังเล็กเพื่อใช้เป็นที่พักสงฆ์  ต่อมาท่านได้ลาสิกขาและมีพระภิกษุุจากวัดอื่นเข้ามาอาศัยอยู่ปริวาสกรรม ต่อมาที่พักสงฆ์ดอนเลียบได้ร้างชั่วระยะหนึ่งเนื่องจากไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๗ มีพระกรับ ญาณวีโร พร้อมด้วยพระภิกษุอีก ๒ รูป ได้เดินทางมาถึงที่่พักสงฆ์ดอนเลียบก็พอใจสถานที่จึงมาจำพรรษา ราษฎรในหมู่บ้านได้ช่วยกันสร้างเสนาสนะเพื่อใช้เเป็นที่พักสงฆ์  และขอเปลี่ยนชื่อต่อเสนาบดีมหาดไทย ซึ่งมีกรมพระยาดำรงราชานุภาพดำรงตำแหน่งอยู่ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ออกตรวจราชการทรงมณฑลภาคใต้ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดธรรมยุติการาม" พระกรับได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่ ๔  ปี ร่วมกันเจ้าจอมพิณศรี สุพรรณศรี ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๔ พระครูโยคาธิการวินิต ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้จัดทำแผนผังรายงานต่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบรนิเวศวิหาร สมเด็จพระมหาสมณเจ้าได้มีลายพระหัตถ์ ถึงกรมพระยาดำรงราชานุภาพให้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดธรรมบูชา" ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๐ พระครูโยคาธิการวินิต ก็มรณภาพ   วัดธรรมบูชา ได้รับกายกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุต และได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระกรับ ญาณวีโร พ.ศ.๒๔๔๗-๒๔๕๑ รูปที่ ๒ พระมหาวัน พ.ศ.๒๔๕๒-๒๔๕๓ รูปที่ ๓ พระครูโยคาธิการวินิต พ.ศ.๒๔๕๔-๒๔๙๐ รูปที่ ๔ พระธรรมวิโรจนเถร พ.ศ.๒๔๙๑-๒๔๙๘ พระธรรมธัชมุนี พ.ศ.๒๔๙๙-ปัจจุบัน และปัจจุบันได้รับพระราชทานสมณศักชั้นรองสมเด็จ ในราชทินนามที่ "พระสุธรรมาธิบดี"

LAST_UPDATED2
 


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Valid XHTML and CSS.