การจัดการศาสนสมบัติวัด PDF พิมพ์ อีเมล
ข่าวเเละความเคลื่อนไหว - ข่าวประชาสัมพันธ์
เขียนโดย kosoi8   
วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2010 เวลา 00:00
การจัดการศาสนสมบัติวัด   
โดย อุดมพร พลดี  หัวหน้ากลุ่มศาสนาสถานและศาสนสมบัติ
                          สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี

              เนื่องจากวัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้บริหารวัดและมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ และฉบับแก้ไขเพิ่ม พ.ศ.๒๕๓๕ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๑๑)  ดังนั้น วัดจึงจำเป็นจะต้องบริหารจัดการวัดให้เรียบร้อยไปทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารบุคลากรภายในวัด การส่งเสริมการศึกษา การทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนการบริหารจัดการศาสนสมบัติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนสมบัติของวัดนั้นมีผู้เข้าไปใช้สอยมากมาย หรือบางครั้งชาวบ้านมีการมีงานอาจจะต้องยืมของภายในวัดไปจัดงาน นอกจากนี้แล้วที่ดินที่ตั้้งวัดก็ดีหรือที่ธรณีสงฆ์ก็ดี วัดควรจำทำโฉนดและขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยเพราะหากไม่ดูแลให้ดี อาจมีการบุกรุกที่วัด หรือที่ธรณีสงฆ์ ทำให้เกิดคดีความขึ้นมาแล้วมากมาย จากสาเหตุดังกล่าวสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงได้วางหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับ่ที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๑๑) ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นวัดทุกวันควรการจัดศาสนสมบัติตามแนวปฏิบัติที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนด    แต่บางวัดอาจจะมีศักภาพไม่เท่าเทียบกัน วัดใหญ่ๆ มีการรับจ่ายเงินมากมีศาสนสมบัติบัติมาก วัดเล็กๆมีการรับจ่ายเงินน้อยและมีศาสนสมบัติน้อย แต่ไม่ว่าจะเป็นวัดใหญ่หรือวัดเล็กก็จะต้องมีการจัดการศาสนสมบัติไปในแนวเดียวกัน ทั้งนี้ตามศักยภาพของวัด หากวัดจัดการศาสนสมบัติด้วยความเรียบร้อยปัญหาที่จะเกิดตามก็น้อยลงไปด้วย หรืออาจไม่เกิดปัญหาเลยก็ได้  

การจัดการศาสนสมบัติของวัด
             ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ วัดในพระพุทธศาสนาเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ดังนั้น กิจการและทรัพย์สินของนิติบุคคล ซึ่งผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปกครองดูแลก็คือ เจ้าอาวาสจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมายคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๑๑) ข้อ ๖ “ให้เจ้าอาวาสจัดให้ไวยาวัจกรหรือผู้จัดประโยชน์ของวัดซึ่งเจ้าอาวาสแต่งตั้งทำบัญชีจ่ายเงินของวัด และเมื่อสิ้นปีปฏิทินให้ทำบัญชีเงินรับจ่ายและคงเหลือ ทั้งนี้ให้เจ้าอาวาสตรวจตราดูแลให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและถูกต้อง” และข้อ ๘ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดแบบทะเบียน บัญชี แบบสัญญา และแบบพิมพ์อื่นๆ และให้คำแนะนำการปฏิบัติแก่วัด เกี่ยวกับการ ดูแลรักษาและการจัดการศาสนสมบัติของวัด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้” โดยกฎกระทรวงข้อนี้  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กำหนดแบบพิมพ์ต่างๆ ขึ้นเพื่อให้วัดใช้ดังต่อไปนี้
         ๑. ทะเบียนทรัพย์สินของวัด
         ๒. ทะเบียนทรัพย์สินจัดประโยชน์
         ๓. ทะเบียนผู้เช่าหรือผู้อาศัย
         ๔. แบบสัญญาต่าง ๆ
         ๕. บัญชีรับจ่ายเงิน
         ๖. บัญชีงบปี
         ๗. ใบเสร็จรับเงิน
         ๘. กระดาษเขียนแผนผังวัด
ดังนั้น ตามข้อ ๘. ดังกล่าว ตามที่กำหนดไว้ยังขาดบัญชีที่จำเป็นต้องใช้คือ สมุดเงินสดและบัญชีแยกประเภท เพราะกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ ข้อ ๕. “การเก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกินสามพันบาทขึ้นไป ให้เก็บรักษาโดยฝากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือฝากธนาคาร ทั้งนี้ให้ฝากในนามของวัด” ต่อมาสำนักงาพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้กำหนดแบบบัญชีขึ้นอีก ๒ เล่ม คือ
        ๑. สมุดเงินสด
        ๒. บัญชีแยกประเภท
ดังนั้น แบบบัญชีที่วัดจำเป็นต้องมี
         ๑) สมุดเงินสด
         ๒) บัญชีแยกประเภท
         ๓) บัญชีรับจ่ายของวัด
         ๔) งบปีแสดงรายรับรายจ่ายและเงินคงเหลือสำหรับปี
ทะเบียนที่วัดจำเป็นจะต้องมี
         ๑) ทะเบียนทรัพย์สินของวัด
         ๒) ทะเบียนทรัพย์สินจัดประโยชน์
         ๓) ทะเบียนผู้เช่าหรือผู้อาศัย
การจัดทำบัญชีวัดนั้น
๑. วัดจะต้องแยกเงินของวัดออกเป็น ๒ ประเภท คือ
         ๑.๑ เงินผลประโยชน์ ได้แก่เงินที่ได้มาจากการจัดประโยชน์ของวัดเช่น เงินค่าเช่า ค่า
ผาติกรรม ดอกเบี้ย ส่วนลด เงินค่าบำรุง เงินค่าขายสิ่งของ เงินค่าชดเชยเงินค่าปรับและเงินใดๆ ที่เป็นส่วนที่งอกเงยขึ้นจากศาสนสมบัติของวัด
         ๑.๒ เงินการกุศล ได้แก่เงินที่มีผู้บริจาคเจาะจงการกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น บริจาคเป็นค่าภัตตาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก่อสร้างถาวรของเจ้าภาพเงินบำรุงพระอาพาธ และเงินอื่นๆ ในลักษณะเช่นนี้
  ส่วนเงินงบใดที่มีผู้บริจาคให้แก่วัดเพื่อให้ตนได้มาซึ่งสิทธิในการแสวงหาประโยชน์จากวัด จะโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม ต้องนับว่าเป็นเงินผลประโยชน์ของวัดทั้งสิ้นและผู้ใดจะอ้างเอาจำนวนเงินที่ตนบริจาคทำบุญกับวัดมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนหรือเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแลกเปลี่ยน เพื่อให้ตนได้มาซึ่งสิทธิในการแสวงหาผลประโยชน์จากวัดหาได้ไม่ เช่น การขอลดค่าเช่า ค่าบำรุงจากการเช่าที่วัด เพราะอ้างว่าผู้นั้นเคยทำบุญกับวัดมามาก)
  การรับเงินผลประโยชน์และเงินการกุศลวัดจะต้องออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง ทุกรายการ เมื่อออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินแล้ว วัดจะออกใบอนุโมทนาอีกต่างหากหรือไม่ก็แล้วแต่ทางวัดจะเห็นสมควร ใบเสร็จรับเงินให้ใช้ตามแบบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
๒. เงินผลประโยชน์ของวัด ให้วัดเก็บไว้ได้ ๓,๐๐๐ บาท เป็นอย่างมาก ส่วนที่เกิน ๓,๐๐๐
บาท ไปเท่าไร ให้ฝากไว้กับธนาคาร
  ในการเปิดบัญชีเงินฝาก ในการทำใบนำส่งฝากแต่ละคราวก็ดี ให้ระบุชื่อบัญชีว่า “เงินของวัด.........................”  ห้ามฝากในนามบุคคล หรือระบุชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง    ในกรณีที่ฝากเงินไว้กับธนาคารให้ระบุชื่อผู้มีอำนาจถอนเงินไว้อย่างน้อย ๓ คน คือ
       ๑) เจ้าอาวาส
       ๒) ไวยาวัจกรหรือผู้จัดประโยชน์ที่เจ้าอาวาสแต่งตั้ง
       ๓) ผู้ที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร
แต่การสั่งจ่ายให้ลงนามในเช็คสั่งจ่ายพร้อมกัน โดยมีเจ้าอาวาสลงนามด้วยทุกครั้ง จึงจะถอนเงินได้
๓. เงินการกุศล  การดูแลรักษาตลอดจนการใช้จ่ายเงิน ให้เป็นไปตามความประสงค์ไว้
อย่างชัดเจนว่า จะให้เก็บรักษาที่ไหน อย่างไร วัดก็อาจปฏิบัติเช่นเดียวกับการเก็บรักษาเงินผลประโยชน์โดยอนุโลม 
๔. การจัดทำบัญชีวัด จะต้องปฏิบัติดังนี้
    ๔.๑ การทำบัญชี จะต้องเป็นรอบระยะเวลา ๑ ปี ปฏิทิน โดยเริ่มจาก ๑ มกราคม ถึง ๓๑
ธันวาคม  ของทุกปี  
     ๔.๒ บัญชีวัดที่ให้จัดทำนั้น มีสมุดเงินสดและบัญชีแยกประเภทเพียง ๒ เล่ม
     ๔.๓ สมุดเงินสดจะใช้บัญชี ๓ ช่อง โดยมีช่องรายรับรายจ่ายและคงเหลือ วัดจะต้องยอกยอดเงินสด ณ วัตที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีที่แล้ว ยกมาเป็นเงินสดคงเหลือยกมา ณ วันที่ ๑ มกราคม ของปีที่ทำบัญชี และการลงบัญชีเงินสดจะต้องลงทุกวัน ในวันที่มีการรับจ่ายเงิน จนถึงสิ้นเดือนแต่ละเดือน ก็ให้รวมยอดทุกสิ้นเดือนและบวกเลขรวมยอดทุกเดือนเป็นช่องรวมแต่ต้นปีการที่ลงบัญชีสมุดเงินสดเพื่อให้ทราบว่ามีเงินสดคงเหลือในเมือเท่าไร
      ๔.๔ หลังจากลงบัญชีในสมุดเงินสดแล้ว จะต้องทำรายการรับและจ่ายทุกรายการ ไปลงบัญชีในบัญชีแยกประเภท โดยแยกประเภทของเงินที่รับ และเงินที่จ่ายไปด้วยว่ามีรายรับ รายจ่าย แต่ละประเภทเท่าไร และรวมยอดแต่ละเดือนของรายรับและรายจ่ายแต่ละประเภทว่ามีเท่าไรและให้รวมยอดแต่ละเดือนเป็นยอดรวมแต่ต้นปี เพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานบัญชีรับจ่ายในทุกเดือน เดือนละ ๑ ครั้ง 
      ๔.๕ เมื่อจัดทำบัญชีโดยสมุดบัญชีเงินสด บัญชีแยกประเภทให้เป็นปัจจุบันแล้ว ให้วัดเก็บรักษาไว้ที่วัด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบในการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ขอเป็นวัดพัฒนา และเมื่อมีชาวบ้านมาร้องเรียนเรื่องการเงินของวัด
      ๔.๖ เมื่อวัดทำบัญชีวัดทั้ง ๒ เล่มแล้ว ให้วัดนำตัวเลขรายละเอียดของรายรับแต่ละประเภท รายจ่ายแต่ละประเภท ในแต่ละเดือนจัดทำรายงานบัญชีรายรับ รายจ่ายของวัด เพื่อส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในทุก ๑ เดือน  
      ๔.๗ หน้าบัญชีในสมุดเงินสด ให้ใช้หน้าบัญชีในบัญชีแยกประเภท เช่น รายรับเงินบริจาค ที่ใส่สมุดเงินสดหน้า ๑ ก็ให้ใส่ตัวย่อเป็นหน้าบัญชี ย.๑ ในสมุดเงินสดและในบัญชีแยกประเภท หน้าบัญชีให้ใส่ ง.ส.๑ คือยกมากจากสมุดเงินหน้า ๑ 
     ๔.๘ การลงบัญชีในสมุดเงินสดและบัญชีแยกประเภท จะต้องนำเลขที่ใบเสร็จรับเงินและจ่ายเงินมาลงบัญชีทุกครั้ง
  เมื่อเจ้าอาวาสได้มอบหมายให้ไวยาวัจกร หรือผู้จัดประโยชน์ของวัดทำบัญชีแล้ว ความรับผิดชอบของเจ้าอาวาสยังไม่สิ้นสุด เจ้าอาวาสจะต้องตรวจตราดูการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีด้วยว่าได้ปฏิบัติโดยเรียบร้อยและถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็สั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องระยะเวลาที่เจ้าอาวาสจะตรวจสอบ ควรตรวจทุกเดือนไม่ควรทิ้งระยะเวลานานเกินไป นอกจากนี้ยังตรวจได้เสมอ ในเมื่อมีความประสงค์จะตรวจ เมื่อเจ้าอาวาสได้ตรวจบัญชีถึงหน้าใดแล้ว ก็ให้ลงบันทึกไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของหน้าบัญชีนั้นว่า “ตรวจแล้ว” พร้อมกับลงนามและวันที่ตรวจสอบกำกับไว้ด้วย  ในการตรวจตราดูแลบัญชี เจ้าอาวาสอาจมอบหมายให้ภิกษุรูปอื่นที่มีความรู้ทางบัญชีทำการตรวจแทนก็ได้
  การตรวจบัญชีนั้น จะต้องตรวจสอบหลักฐานในการลงบัญชี เช่น ใบเสร็จรับเงิน โดยเอาเลขที่ของใบเสร็จรับเงินมาลงบัญชีด้วย แต่บางครั้งวัดจะจ่ายเงินค่าจ้างคนงานซึ่งยากที่จะเรียกได้ วัดจะต้องทำหลักฐานให้เซ็นหรือใช้ใบสำคัญรับเงินก็ได้บางครั้ง เช่น วัดจ่ายค่าเช่ารถยนต์ หรือค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ซึ่งไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินได้ ก็ต้องใช้ใบสำคัญรับเงินแทน
๕. การจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน
การลงทะเบียนทรัพย์สินของวัด เช่น วัดซื่อครุภัณฑ์มาใช้ในวัด หรือมีผู้บริจาคให้วัด ก็
ต้องแยกประเภททรัพย์สินแต่ละอย่าง เช่น โต๊ะขนาดต่าง ๆ ก็ต้องแยกตามขนาดด้วย และเก้าอี้ก็ต้องแยกขนาดเก้าอี้ และให้รหัสของทรัพย์สินแต่ละประเภทไว้และพ่นรหัสของทรัพย์สินแต่ละประเภท เพื่อสะดวกในการบันทึกบัญชีทรัพย์สินของวัด และเมื่อมีการจำหน่ายทรัพย์สินก็ต้องนำมาลงในบัญชีที่บันทึกไว้ว่าได้มีการจำหน่ายเพราะสาเหตุใด

               การยื่นขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน วัดและสำนักสงฆ์ทุกแห่งที่มีหนังสือแจ้งการครอบที่ดิน (ส.ค.๑) หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.๓, น.ส.๓ ก  ให้มอบอำนาจให้ทายกทายิกาหรือไวยาวัจกร ๑ - ๒ คน ไปยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินกับสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินสาขาที่ที่ดินตั้งอยู่ หรือดำเนินการมอบอำนาจให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจ้ังหวัดเป็นผู้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดิน สำหรับวัดที่อยู่ในเขตเทศบาล  และให้ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนวันท่ี่ ๖ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓ หลักฐานการยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดิน ประกอบด้วย
               ๑. หนังสือมอบอำนาจ  แปลงละ ๑  ฉบับ
               ๒. สำเนาตราตั้งวัดหรือหนังสือรับรองสภาพวัด
               ๓. สำเนาหนังสือสุทธิของเจ้าอาวาส
               ๔. สำเนาตราตั้งเจ้าอาวาส
               ๕. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของไวยาวัจกร
               ๖. สำเนาทะเบียนบ้านของไวยาวัจกร
               ๗. สำเนาตราตั้งไว้ยาวัจกร
               ๘. สำเนาหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑)
               ๙. สำเนา น.ส.๓

LAST_UPDATED2
 
                                     
 พระธาตุวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์  พระธาตุศรีสุราษฎร์   พระบรมธาตุไชยา
No images

ผู้บริหารระดับสูง


พ.ต.ท.พงศ์พร  พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาศนาแห่งชาติ

ผู้บริหารระดับจังหวัด

นายอวยชัย  อินทร์นาค
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี


นายคุณัญพงษ์  ทหารไทย
ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อัตรากำลัง

ค้นหาข้อมูลสำคัญทางพุทธศาสนา









ข้อมูลสารสนเทศสำคัญ

 


เว็บสำนักพุทธทั่วประเทศ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้64
mod_vvisit_counterเมื่อวาน65
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้185
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว436
mod_vvisit_counterเดือนนี้1907
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว6174
mod_vvisit_counterผู้เข้าเยี่ยมชมของวันนี้182729

We have: 2 guests online
Your IP: 103.55.142.142
 , 
Today: ก.ค. 25, 2017

เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์


พระธรรมวิมลโมลี 
เจ้าคณะภาค ๑๖



พระเทพพิพัฒนาภรณ์ 
เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธนี



พระราชไพศาลมุนี
เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ธ)

แผนที่เส้นทางไปสุราษฎร์ฯ